^_______________^

Have a nice day

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


สะพานทาวเวอร์บริดจ์
 
สะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge)
               ตั้งอยู่ข้างหอคอยลอนดอนสร้างขึ้นระหว่างปี ค . ศ. 1886 - 1894 ใช้เวลาสร้าง 8 ปี เพื่อการสัญจรข้ามแม่น้ำเทมส์ ออกแบบสไตล์วิกตอเรียนโกธิก เป็นสะพานแบบเปิดปิดได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศอังกฤษโดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชม ความงามของเมืองลอนดอนได้ที่ระดับ 140 ฟุต มีถนน 18 สายที่ข้ามสะพานนี้
สร้าง ขึ้นเหนือแม่น้ำเทมส์ โดยสะพานแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิว ที่มีความสูงถึง 140 ฟุต เท่านั้น แต่ภายในของฐานสะพานที่ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะเป็นหอสูง ยังเป็นที่ที่จัดนิทรรศการ เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ จนถึงมีจัดแสดงห้องอบไอน้ำสมัยวิกตอเรียนด้วย
               การเปิดสะพานในแต่ละครั้งจะส่งผลทำให้คนที่ต้องการเดินข้ามสะพานในขณะที่ สะพานชักขึ้นต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังหอคอยด้านบน โดยมีบันไดถึง 300 ขั้นเพื่อไปข้างบน โดยปัจจุบันมีทัวร์เดินชมสะพานนี้โดยใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 90 นาที รวมถึงเวลาในการชมวิวทิวทัศน์บนทางเท้าที่สูงถึง 40 เมตร โดยทางเข้าเพื่อขึ้นบันไดจะอยู่ทางใต้ของท่าเรือทางเหนือ  



ไชน่า ทาวน์ ลอนดอน 
                 เป็น อีกสถานที่หนึ่งที่ คนไทยในลอนดอนชอบไปเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า อาหารจีนเป็นอาหารที่คนไทยชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมากกว่า อาหารฝรั่ง เบอร์เกอร์ แซนวิชเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง ยังมี ซุปเปอร์มาเก็ตของคนจีน ที่นำเข้า ของชำ ทั้ง ผัก ผลไม้ ม่าม่า และ ซอสปรุงอาหาร แม้กระทั่ง ปลาร้า ก็มี ที่นำเข้ามาจากเมืองไทยทุกวันสดมาก เป็นที่ ๆ นักเรียนไทยในลอนดอนรู้จักกันดี

ประวัติความเป็นมา
                ไชน่าทาวน์ ณ มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ หรือที่หลายคนเรียกว่า “โซโห” (Soho) ตามชื่อของย่านที่เป็นถิ่นที่ตั้งของชุมชนคนจีนแห่งนี้นั้น แต่เดิมไม่ได้อยู่ในย่านโซโหเหมือนเช่นทุกวันนี้ แต่อยู่ในเขตไลม์เฮ้าส์ (Limehouse) โดยช่วงศตวรรษที่ 20 คนจีนในลอนดอนยังมีน้อยอยู่ จึงรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มย่อยๆ โดยส่วนหนึ่งก็เริ่มทำธุรกิจเล็กๆ เปิดร้านรวงเพื่อขายของให้กับชาวประมงจีนด้วยกันที่ล่องแม่น้ำเข้ามาค้าขาย ณ แดนผู้ดี สมัยนั้นไชน่าทาวน์ไม่ได้เป็นที่รู้จักในทางบวกมากนัก เมื่อคนอังกฤษพูดถึงชุมชนคนจีนต่างพากันนึกถึง ฝิ่น บ่อน และชุมชนแออัด ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่ไชน่าทาวน์ในการรับรู้ของคนทั่วไป หมายถึงร้านอาหารจีน เป็ดย่าง บะหมี่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายของสวยๆงามๆ สภาพเสื่อมโทรมของไชน่าทาวน์ย่านไลม์เฮ้าส์ ดำรงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะถูกทำลายจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่คนจีนส่วนหนึ่งก็ยังอดทนอยู่ต่อไปเนื่องจากไม่รู้จะไปหาที่ซุกหัวนอนที่ไหนอย่างไรก็ตาม หลังสิ้นสุดสงคราม ซึ่งอังกฤษเป็นผู้ชนะในฐานะแนวร่วมฝ่ายสัมพันธมิตรคนจีนเริ่มไหลทะลักเข้ามาในลอนดอนมากขึ้น โดยเฉพาะคนจีนจากฮ่องกง ซึ่งไหลบ่าเข้ามากันเป็นจำนวนมาก จากวันนั้นจนถึงวันนี้ไชน่าทาวน์ลอนดอน ได้กลายเป็นถิ่นที่อยู่ของคนจีนกวางตุ้งไปโดยปริยาย (คนจีนในฮ่องกงเป็นจีนกวางตุ้งเกือบทั้งนั้น)
              จากไชน่าทาวน์เดิมในย่านไลม์เฮ้าส์ ด้วยปริมาณคนจีนในลอนดอนที่มากขึ้น จึงเริ่มขยายวงเกิดเป็นชุมชนและร้านอาหารจีนกระจายตัวออกไปในที่ต่างๆ ก่อนที่ในทศวรรษ 1970 จะพากันย้ายถิ่นฐานมาสร้างเป็นไชน่าทาวน์ใหม่ ณ ย่านแชฟท์บิวรี่ (Shaftesbury Avenue) ในปัจจุบัน โดยตั้งชุมชนเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งของถนนเจอร์ราร์ด (Gerrard Street) ทำให้พื้นที่โซโห ซึ่งเป็นบริเวณที่คนไม่ได้พลุกพล่านมากนักในวันเก่าก่อน กลายเป็นศูนย์กลางของกรุงลอนดอน และเป็นชุมชนของคนเอเชียผิวเหลือง ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้
              ในปี 2005 ที่ผ่านมา โรสวีล บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เสนอแผนที่จะเข้ารื้อปรับโครงสร้างของไชน่าทาวน์ฝั่งตะวันออก แต่แผนการนี้ถูกต่อต้านจากบรรดาคนจีนและเจ้าของร้านค้าปลีกจำนวนมาก เนื่องจากกลัวว่าร้านรวงต่างๆ จะถูกไล่ที่รื้อทิ้งพร้อมกับเสน่ห์และเอกลักษณ์ดั้งเดิมของไชน่าทาวน์ที่จะต้องหายไปนั่นเอง



  



วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


บริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย
 
บริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย (British Airways London Eye) กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษไปซะแล้ว สำหรับบริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย ที่สร้างขึ้นเพื่อรับปี สหัสวรรษ 2000 โดยสายการบินบริติช บริติช แอร์เวยส์ ลอนดอน อาย เป็นจุดชมวิว ที่มีลักษณะเป็นกงล้อหมุน มีความสูง 135 เมตร จุดชมวิวนี้ สร้างขึ้นภายใต้แนวความคิด อากาศ น้ำ พื้นโลก และเวลา

ลอนดอนอาย (อังกฤษ: London Eye) หรือยังรู้จักในชื่อ มิลเลเนียมวีล (อังกฤษ: Millennium Wheel) เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร (443 ฟุต) และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากในสหราชอาณาจักร มีผู้มาเยือนมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี ส่วนบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 15 ปอนด์ต่อคน ซึ่งในอดีตเคยเป็นชิงช้าสวรรค์ก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก ก่อนจะถูกชิงตำแหน่งไปจากชิงช้าสวรรค์ เดอะ สตาร์ ออฟ นานชาง ในประเทศจีน (160 เมตร) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006 ต่อมาภายหลังตำแหน่งตกเป็นของ สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ในประเทศสิงคโปร์ (165 เมตร) ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 อย่างไรก็ตาม ลอนดอน อาย ก็ยังคงได้รับตำแหน่งจากการให้บริการว่า "ชิงช้าสวรรค์ที่ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กค้ำข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก" (เพราะการโครงสร้างทั้งหมดใช้โครงค้ำเหล็กรูปตัว A ในการให้บริการโดยใช้โครงค้ำเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้นไม่เหมือนชิงช้า สวรรค์อื่นๆ ทั่วไป ที่มีโครงค้ำสองข้าง)

ลอนดอน อาย ตั้งอยู่ ณ ที่ฝั่งสุดด้านตะวันตกของสวนจูบิลี่ บนริมฝั่งทางใต้ของแม่น้ำเทมส์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์กับสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโดมแห่งการค้นพบ ที่เคยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานนิทรรศการเฟสติวัล ออฟ บริเตน ในปี ค.ศ. 1951  

  

สถานที่ท่องเที่ยวในอังกฤษ


พระราชวังบัคกิ้งแฮม(Buckkingham Palace)
พระราชวังบั้คกิ้งแฮมเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่2 และพระสวามี เดิมเป็นบ้านของขุนนาง Duke of Buckingham โดยสร้างเมื่อปีค.ศ. 1703 – 1705 ต่อมาได้ยึดเข้าเป็นของหลวงในรัชสมัยของพระเจ้าจอร์จที3 เพื่อพระราชทานให้พระนางชาร์ลอตต์ในปี ค.ศ.1762 และปรับปรุงให้กลายเป็นพระราชวังในเวลาต่อมา พระนางเจ้าวิกตอเรียเป็นองค์แรกที่ประทับอยู่ที่นี่ พระราชวังบั้คกิ้งแฮม เพิ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง นัยว่าจะนำเงินค่าเข้าชมไปช่วยในการซ่อมแซม  พระราชวังวินด์เซอร์ที่ถูกเพลิงไหม้ โดยเปิดให้เข้าชมในเดือนสิงหาคมและเดือนตุลาคม ค่าเข้าชมคนละ 10 ปอนด์ ตั้งแต่ 9.30 – 16.30น. ที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าชมเป็นจำนวนมากและต้องเข้าคิวนานประมาณ 1 ชั่วโมง ห้ามถ่ายรูปและวิดีโอ ห้องที่เปิดให้เข้าชมคือท้องพระโรง ห้องจัดพระราชทานเลี้ยง ห้องทรงดนตรี ห้องขาว ห้องเขียว และห้องสีน้ำเงิน เป็นต้น




รูปปั้นหินประหลาด สโตนเฮนจ์ (Rock Stonehenge) 
กองหินประหลาด ประกอบด้วยกองหินขนาดใหญ่จำนวนถึง 112 ก้อน และแต่ละก้อนทรงสูง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางทับซ้อนอยู่บนยอด วงหินรอบนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 100 ฟุต หินที่เรียงรายอยู่ทั้งหมดถึง 30 ก้อน ล้วนแต่ก้อนขนาดมหึมา สูงถึง 13 ฟุต และหนักเป็นตันๆ ทั้งนั้น อายุของหินเล่านี้มีมานาน ตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตกาลถึง 1,700 ปี ไม่มีประวัติแจ้งไว้ว่าใครเป็นผู้นำมาวาง และมาวางเพื่อประสงค์อะไร กองหินประหลาดแห่งนี้ อยู่กลางทุ่งนาอันกว้างขวาง แห่งเมืองซัสลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 10 ไมล์ ตามทางสันนิฐานของนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ว่า กองหินประหลาดแห่งนี้ เป็นแหล่งกำเนิดของการโคจรของพระอาทิตย์ และพระจันทร์ได้ด้วย รัฐบาลอังกฤษ ได้เปิดสถานที่ที่มีกองหินประหลาดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ในปี ค.ศ. 1918 และจนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังมีผู้ไปเที่ยวชมจำนวนมาก และก็จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ


             The United Kingdom (สหราชอาณาจักร) หรือที่รู้จักกันในนามของประเทศอังกฤษ ประกอบไปด้วย 4 ประเทศ คือ อังกฤษ (England) สก๊อตแลนด์ (Scotland) เวลส์ (Wales) และไอร์แลนด์ (Northern Ireland) โดยพื้นที่ทั้ง 3 ประเทศ ตั้งอยู่บนเกาะเดียวกัน เรียกว่า Great Britain ส่วนของประเทศไอร์แลนด์ (Northern Ireland) ตั้งอยู่แยกออกไปทางตะวันตกของประเทศ โดยมีทะเลไอริชเป็นตัวคั่น ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเจริญ ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อุตสาหกรรม และการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ จัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ซึ่งมีห้องสมุด และแหล่งค้นคว้าทางวิชาการมากมาย จึงไม่น่าแปลกเลยที่จะมีผู้ให้ความสนใจมาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกเหนือจากประวัติศาสตร์ และระบบการเมืองการปกครองที่มีมายาวนานับศตวรรษ ประเทศอังกฤษยังจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งธรรมชาติ รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เช่น ปราสาท และพระราชวังต่างๆ  
             ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร มี London เป็นเมืองหลวง ประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 49 ล้านคน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่เขตพื้นที่ราบต่ำ มีพื้นที่ระดับสูงบ้างทางตอนเหนือ และตะวันตก เมืองขนาดใหญ่รวมถึง เมือง London (ประมาณ 7.75 ล้านคน) เมือง Birmingham (ประมาณ 1.03 ล้านคน) ระบบเศรษฐกิจที่จัดเป็นอุตสาหกรรมบริการมีเพิ่มมากขึ้นโดยมี London เป็นผู้นำและศูนย์กลางทางด้านการธนาคารประกันและบริการด้านการเงินอื่นๆชั้นแนวหน้าของโลก และมีอุตสาหกรรมที่ใช้วิทยากรอันทันสมัย มาทดแทนอุตสาหกรรมในรูปแบบเดิมๆมากขึ้น

ฤดูกาล
           สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของสหราชอาณาจักร จัดอยู่ในประเทศค่อนข้างหนาวและมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน โดยทางตอนเหนือจะหนาวกว่าทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในช่วงฤดูหนาวคือ 2 - 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในช่วงฤดูร้อนคือ 18 - 22 องศเซลเซียส อย่างไรก็ดี กล่าวโดยรวมได้ว่าสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศค่อนข้างสูง โดยในบางวัน อาจมีสภาพอากาศให้ได้พบเห็นเกือบทุกรูปแบบก็ว่าได้
มีฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดูคือ
ฤดูใบไม้ผลิ : มีนาคม – พฤษภาคม
ฤดูร้อน : มิถุนายน – สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง : กันยายน - พฤศจิกายน
ฤดูหนาว : ธันวาคม - กุมภาพันธ์
เวลา

             สหราชอาณาจักร เป็นที่ตั้งของเส้นแบ่งเขตเวลาของโลก (GMT - Greenwich Mean Time) ดังนั้นประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก จึงมีเวลาที่เร็วกว่า โดยเร็วกว่าประมาณ 6 ชั่วโมง (ในช่วงมีนาคม - ตุลาคม) หรือ 7 ชั่วโมง (ในช่วงตุลาคม - มีนาคม) ทั้งนี้เนื่องจากสหราชอาณาจักร จะเปลี่ยนเวลา daylight saving จาก GMT ไปใช้ BST (British Summer Time) ในช่วงฤดูร้อนซึ่งหมายถึงการปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม


การปกครอง
              ระบบการปกครองของสหราชอาณาจักรเป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 เป็นประมุขของประเทศ รัฐสภาของอังกฤษแบ่งเป็น 2 สภา คือ สภาขุนนาง (House of Lords) และสภาล่าง (House of Commons) โดยสมาชิกสภาขุนนาง เป็นขุนนางสืบตระกูลประมาณ 900 คน อีกประมาณ 300 คนเป็นขุนนางตั้งใหม่จากผู้มีความรู้ความสามารถ หรือผู้ประกอบคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ ส่วนสภาล่างมาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี มีประมาณ 600 คน อำนาจการแต่งตั้งรัฐบาลเป็นของสภาล่าง ส่วนสภาสูงมีหน้าที่สำคัญก็คือ การกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบระบบการเมือง การปกครองของสหราชอาณาจักร ซึ่งถือว่ามีความมั่นคงในระเบียบการปกครองมายาวนานมากที่สุดประเทศหนึ่ง
............................................................................